ReadyPlanet.com
dot dot
dot
โหราศาสตร์
dot
bulletไหว้พระธาตุตามปีเกิด
bulletบูชาพระประจำวันเกิด
bullet๑๐๘ พระคาถา
dot
อ่านข่าว

dot
bulletเกิดระหว่าง 14 ม.ค. - 13 ก.พ.
bulletเกิดระหว่าง 14 ก.พ. - 13 มี.ค.
bulletเกิดระหว่าง 14 มี.ค. - 13 เม.ย.
bulletเกิดระหว่าง 14 เม.ย. - 13 พ.ค.
bulletเกิดระหว่าง 14 พ.ค. - 13 มิ.ย.
bulletเกิดระหว่าง 14 มิ.ย. - 13 ก.ค.
bulletเกิดระหว่าง 14 ก.ค. - 13 ส.ค.
bulletเกิดระหว่าง 14 ส.ค. - 13 ก.ย.
bulletเกิดระหว่าง 14 ก.ย. - 13 ต.ค.
bulletเกิดระหว่าง 14 ต.ค. - 13 พ.ย.
bulletเกิดระหว่าง 14 พ.ย. - 13 ธ.ค.
bulletเกิดระหว่าง 14 ธ.ค. - 13 ม.ค.


ก๋วยเตี๋ยวเรือบุฟเฟ่ท์พรธิสาร3 คลอง6
เช็คผลฟุตบอลอัพเดท
   สยามกีฬารายวัน
             เดลินิวส์


ไหว้พระธาตุตามปีเกิด

ท่านที่เกิดปีชวด (หนู)

ท่านที่เกิดปีชวด (หนู)

พระธาตุประจำปีเกิดของท่านคือ พระธาตุศรีจอมทอง เชียงใหม่ ตั้งอยู่บนยอดดอยจอมทอง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุ ส่วนพระเศียรเบื้องขวามีความพิเศษ แตกต่างจากที่อื่นคือ เป็นพระบรมธาตุที่ มิได้ฝังใต้ดิน แต่ประดิษฐาน อยู่ในกู่ ภายในวิหาร สามารถอัญเชิญมาสรงน้ำได้ ตามตำนานเล่าว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จมายังดอยนี้ และทรงพยากรณ์ ว่าที่นี่ จะเป็นที่ประดิษฐานพระทักขิณ โมลีธาตุ ของพระองค์ ในภายหน้า ต่อมาราวปี ..1995 นางเม็ง และนายสอย ได้พบพระธาตุ จึงได้ก่อพระเจดีย์ และสร้างเสนาสนะ ที่ดอยต้นทอง คนทั้งหลายจึงเรียกชื่อ วัดนี้ว่า วัดจอมทอง ในสมัยพระเมืองแก้ว (..2038-2068) กษัตริย์องค์ที่ 14 แห่งราชวงศ์มังราย ได้สร้าง วิหารจตุรมุข ภายในมีมณฑป ปราสาทเพื่อประดิษฐาน พระบรมธาตุ เจ้าเมืองเชียงใหม่ หลายองค์ได้อัญเชิญ พระบรมธาตุศรีจอมทองไปยัง เมืองเชียงใหม่ เพื่อทำการสักการะ โดยมีวัดต้นเกว๋นที่ .หางดง เป็นวัดที่หยุดพักขบวนแห่ พระบรมธาตุเข้าเมือง ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 และวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 มีพิธีแห่พระบรมธาตุไปบูชาข้าวที่อุโบสถ และให้พุทธศาสนิกชนได้สรงน้ำ โดยจะมีการกล่าว บทอัญเชิญ และใช้ช้อนทองคำเชิญพระธาต ุจากผอบมาประดิษฐาน ในโกศแก้วที่ตั้งบนพานเงิน ตามธรรมเนียมเดิม ควรนำน้ำจากน้ำแม่กลาง เจือน้ำหอม หรือแก่นจันทร์มาใช้สรงหรือจะเป็นน้ำ สะอาดเจือของหอมก็ได้

 คำบูชาพระธาตุศรีจอมทอง

(ตั้งนโม 3 จบ) นะโมพุทธายะ นะมามิ ติโลกะโมลี โลหะกูเฎ ปะติฎฐิตัง ปูชิตัง สัพพะโลเกหิ กิตติมันตัง มะโนหะ รัง อะหัง วันทามิ สัพพะทา อัง คะวะเย ปุเรรัมเมิโกวิลา รัคคะปัพ พะเต สะหิเหมะคูหา คัพเภทักขิณะโมลี ธาตุโย อะหัง วันทามิ สัพพะทา.ท่านที่เกิดปีฉลู

    ท่านที่เกิดปี ฉลู (วัว)

พระธาตุประจำปีเกิดของท่านคือ พระธาตุลำปางหลวง

ประวัติพระธาตุลำปางหลวง ตามตำนานกล่าวว่า ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระเถระสามองค์ได้เสด็จจาริกไปตามบ้านเมืองต่าง จนถึงบ้านสัมภะการีวัน (บ้านลำปางหลวง) พระพุทธเจ้าได้ประทับเหนือดอยม่อนน้อย มีชาวลัวะคนหนึ่งชื่อ ลัวะอ้ายกอน เกิดความเลื่อมใส ได้นำน้ำผึ้งบรรจุกระบอกไม้ป้างมะพร้าว และมะตูมมาถวายพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ได้ฉันน้ำผึ้งแล้วทิ้งกระบอกไม้ป้างไปทางทิศเหนือ แล้วทรงพยากรณ์ว่า สถานที่แห่งนี้ต่อไปจะมีชื่อว่าลัมพกัปปะนคร แล้วได้ทรงลูบพระเศียรได้พระเกศามาหนึ่งเส้น มอบให้แก่ลัวะอ้ายกอน ลัวะอ้ายกอนได้นำพระเกศานั้น บรรจุในผอบทองคำ และใส่ลงในอุโมงค์พร้อมกับถวายแก้วแหวนเงินทองเป็นเครื่องบูชา แล้วแต่งยนต์ผัด (ยนต์หมุน) รักษาไว้ และถมดินให้เรียบเสมอกัน แล้วก่อเป็นพระเจดีย์สูงเจ็ดศอกเหนืออุโมงค์นั้น ในสมัยต่อมาก็ได้มีกษัตริย์อีกหลายพระองค์ มาก่อสร้างและบูรณซ่อมแซม จนกระทั่งเป็นวัดที่มีความงามอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

คำบูชาพระธาตุลำปางหลวง (สำหรับผู้ที่เกิดปีฉลู) ตั้งนะโม 3 จบ แล้วกล่าวคำว่า

"ยาปาตุภูตา อะตุลานุภาวาจีรัง ปะติฏฐาลัมภะ กัปปะปุเร เทเวนะ คุตตา อุตตะราภิทัยยา นะมามิ หันตัง วะระชินะธาตุง กุมาระกัสสะปะ นะลาตะธาตุโย เมฆิยะมะหาเถโร กะนะธาตุง ฐะเปติ มหาฐาเน เจติยัง ปูชิตา นะระเทเวหิ อะหังวัท่านที่เกิดปีขาลนทามิ ธาตุโย"

    ท่านที่เกิดปีขาล (เสือ)

พระธาตุประจำปีเกิดของท่านคือ พระธาตุช่อแฮ

พระธาตุช่อแฮ เป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่ พระธาตุช่อแฮ เป็นวัดที่ประดิษฐานองค์พระธาตุช่อแฮ ซึ่งเป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่ ที่บรรจุเส้นพระเกศาของพระพุทธเจ้า มีประวัติความเป็นมาว่าสร้างในสมัยสุโขทัย เป็นพระธาตุรูปทรงแปดเหลี่ยม ย่อมุมไม้สิบสอง สูงประมาณ ๓๓ เมตร ศิลปะแบบเชียงแสนบุด้วยทองดอกบวบ เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีขาล(เสือ)ผู้ที่ได้มาเที่ยวจังหวัดแพร่ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการได้ไปเที่ยววัดพระธาตุช่อแฮ และไปกราบไหว้พระเจ้าทันใจ และหลวงพ่อ ช่อแฮ เพื่อเป็นศิริมงคลต่อตัวเองและครอบครับผู้ที่มาเที่ยวองค์พระธาตุเป็นพระธาตุประจำปีเกิด ใน ๑๒ ราศรี คือเป็น พระธาตุประจำปีเกิดปีขาล(เสือ)หากว่าผู้ที่เกิดปีขาลนำผ้าแพรสามสีมาถวายจะทำให้ชีวิตมีพลังคุ้มครองป้องกันศัตรูได้

จังหวัดแพร่ได้จัดงานประเพณีนมัสการพระธาตุช่อแฮขึ้นระหว่าง ขึ้น ค่ำ เดือน ใต้ เดือน เหนือ ทุกปี โดยใช้ชื่อว่า "งานไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง" บันใดนาคทางด้านทิศตะวันออก และทิศใต้องค์พระธาตุมีอายุหลายร้อยปี สันนิฐานว่าสร้างหลังจากองค์พระธาตุสร้างเสร็จ

คำบูชาพระธาตุช่อแฮ (สำหรับผู้ที่เกิดปีขาล) ตั้งนะโม 3 จบ แล้วกล่าวคำว่า

"โกเสยยะ ธะชัคคะ ปัพพะเต สัตตะมะโนรัมเม พุทธะเกสาธาตุ ปะติฏฐิตา อะหังวันทามิ สัพพะทา อะหังวันทามิ ธาตุโย อะหังวันทามิ สัพพะโส.ท่านที่เกิดปีเถาะ

  ท่านที่เกิดปี เถาะ (กระต่าย)

พระธาตุประจำปีเกิดของท่านคือ พระธาตุแช่แห้ง

พระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน เป็นพระธาตุที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ตามประวัติสร้างเมื่อ .. 1896 อายุราว 600 ปีเศษ องค์พระธาตุแช่แห้งเป็นพระธาตุที่มีขนาดสูงถึง 55.5 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 22.5 เมตร มีสีเหลืองอร่ามเนื่องจากบุด้วยแผ่นทองเหลือง พระธาตุนี้ ตั้งอยู่บนยอดดอยภูเพียงแช่แห้ง ตำบลม่วงตึ๊ด กิ่งอำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ลักษณะของเจดีย์ทรงระฆัง ส่วนฐานทำเป็นฐานหน้ากระดานสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ รองรับฐานบัวลูกแก้วย่อเก็จ ถัดขึ้นไปเป็นฐานหน้ากระดาน สี่เหลี่ยมและแปดเหลี่ยม ซ้อนลดหลั่นกัน 3 ชั้น องค์ระฆังมีขนาดเล็กบัลลังก์ทำเป็นแท่นสี่เหลี่ยมย่อเก็จ ฐานหน้ากระดานกลม เป็นกระดานสี่เหลี่ยมและแปดเหลี่ยม และชั้นบัวคว่ำเหนือฐานแปดเหลี่ยม ตกแต่งคล้ายกลีบบัว หรือลายใบไม้แทน ลายดังกล่าวนี้คงได้รับอิทธิพลจากศิลปะพม่า ซึ่งนำมาต่อเติมขึ้นภายหลัง เมื่อล่วงเข้าพุทธศตวรรษที่ 24 แล้ว

คำบูชาพระธาตุแช่แห้ง (สำหรับผู้ที่เกิดปีเถาะ) ตั้งนะโม 3 จบ แล้วกล่าวคำว่า

"ยาปาตุภูตา อะตุลานุภาวาจีรัง ปะติฏฐิตา นันทะกัปปะเกปุเรเทเวนะ คุตตา วะระพุทธะธาตุง จิรัง วันทามิ หันตัง ชินะธาตุโย โสท่านที่เกิดปีมะโรงตะถาคะตัง อะหังวันทามิ สัพพะทา อะหังวันทามิ ทูระโต".

  ท่านที่เกิดปีมะโรง (งูใหญ่)

พระธาตุประจำปีเกิดของท่านคือ พระธาตุเจดีย์วัดพระสิงห์

วัดพระสิงห์วรวิหารอยู่ถนนสามล้าน อำเภอเมือง เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งซึ่งประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขัดสมาธิเพชร ประดิษฐานอยู่ในวิหารลายคำ เมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ชาวเมืองจะอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้แห่ไปตามถนนรอบเมืองเพื่อให้ประชาชนสรงน้ำโดยทั่วถึงกัน แต่เดิมที่ดินบริเวณวัดนี้เป็นตลาด เรียกชื่อว่า วัดลีเชียง (ลี หมายถึง ตลาด) จนถึงปี .. 1888 พระเจ้าผายู กษัตริย์องค์ที่ 5 ในราชวงศ์มังรายทรงโปรดฯ ให้สร้างวัดนี้ขึ้น พร้อมทั้งสร้างพระเจดีย์สูง 24 ศอกองค์หนึ่ง เพื่อใช้เป็นที่บรรจุอัฐิพระราชบิดาของพระองค์ สถาปัตยกรรมสำคัญของวัดนี้ได้แก่ วิหารลายคำที่มีจิตรกรรมฝาผนังงดงาม พระอุโบสถ หอไตรที่มีปูนปั้นรูปเทวดาประดับ และเจดีย์ทรงกลมแบบล้านนา

คำบูชาพระธาตุเจดีย์วัดพระสิงห์ (สำหรับผู้ที่เกิดปีมะโรง) ตั้งนะโม 3 จบ แล้วกล่าวคำว่า

"อิติปะวะระสิหิงโต อุตตะมะยะโสปิ เตโช ยัตถะ กัตถะ จิตโตโส สักกาโร อุปาโท สะกาละพุทธะ สาสะธัง โชตะยันโตวะ ทีโป สุระนะเรหิ มะหิโต ธะระมาโนยะพุทโธติ นะมามิ สิหิงคะพิมพัง สุวัณณาภิรัมมัง ลังกาชาตัง โสภาภิโสภัง สะราภิกันตัง นะมามิหัง"ท่านที่เกิดปีมะเส็ง

 ท่านที่เกิดปีมะเส็ง (งูเล็ก)

พระธาตุประจำปีเกิดของท่านคือพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์

อยู่ชานเมืองอุบลราชธานี ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตรตามถนนเลี่ยงเมือง จะมีทางแยกจากถนนใหญ่เข้าไปประมาณ 700 เมตร ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ คือ พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ครบรอบ 25 ศตวรรษ ของพุทธศาสนาในปี .. 2500 โดยได้จำลองแบบมาจากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย นับเป็นวัดเดียวในภาคอีสานที่มีเจดีย์แบบนี้ สภาพแวดล้อมโดยทั่วไปเป็นป่าโปร่ง ร่มรื่น

คำบูชาพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ (สำหรับผู้ที่เกิดปีมะเส็ง) ตั้งนะโม 3 จบ แล้วกล่าวคำว่า

"ปะฐะมัง โพธิปัลลังกัง ทุติยัง อะนิมิสสะกัง ตะติยัง จังกะมะ เสฏฐัง จตุตะกัง ระตะนะฆะรัง ปัญจะมัง อะชท่านที่เกิดปีมะเมียะปาละนิโคธัง ฉัฏฐัง ราชะยะตะนัง สัตตะมัง มุจจะลิทัง อะหังวันทามิ ทูระโต"

    ท่านที่เกิดปีมะเมีย (ม้า)

พระธาตุประจำปีเกิดของท่านคือ พระธาตุเจดีย์พระบรมธาตุ

เป็นวัดเก่าแก่ สร้างขึ้นเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 ชาวบ้านเรียกว่า วัดพระเจ้าทันใจ เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าทันใจ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ และมีตำนานว่าสร้างเสร็จในหนึ่งวัน พระเจ้าทันใจนี้ล่ำรือกันว่าศักสิทธิ์นัก จริง ๆแล้วพระเจ้าทันใจมีอยู่อีกหลายวัด แต่ที่เป็นที่นับถือมากที่สุดคือที่วัดพระบรมธาตุ พระครูพิทักษ์บรมธาตุ (ทองอยู่) เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุได้จดจำเอารูปทรงของเจดีย์ชเวดากองมาสร้างครอบเจดีย์องค์เก่า ซึ่งมีรูปทรงสมัยสุโขทัยไว้ และยังสร้างพระบรมธาตุองค์เล็ก 16 องค์ และเจดีย์ใส่พระพุทธรูปอีก 16 องค์ และโขงจุดไฟเทียนอีก 6 โขง ไว้รายรอบเจดีย์องค์ใหญ่ด้วย ด้านซ้ายมือของเจดีย์จะเป็นทางเข้าวิหารเก่าครึ่งตึกครึ่งไม้และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองปางมารวิชัยภายในวิหารยังมีธรรมาสน์เก่าเป็นไม้แกะสลักอย่างวิจิตรงดงาม ทางซ้ายของเจดีย์เป็นพระอุโบสถครึ่งตึกครึ่งไม้ มีประตูไม้แกะสลักรูปป่าหิมพานต์ หน้าบันและจั่วเป็นไม้แกะสลักไว้อย่างวิจิตร หน้าบันที่สวยมากจะอยู่ทางด้านหลังของพระอุโบสถ บานหน้าต่างเป็นภาพพระพุทธประวัติใช้ไม้แกะสลักปิดทองสวยงามมาก วัดพระบรมธาตุเป็นวัดที่กล่าวได้ว่า สวยงามที่สุดในจังหวัดตาก ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีชาวบ้านเป็นจำนวนมาก นำดอกไม้ธูปเทียนมาบูชา นอกจากนั้นยังมีงานประเพณีที่สำคัญอีกงานหนึ่ง คือ ประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า

คำบูชาเจดีย์พระบรมธาตุ (สำหรับผู้ที่เกิดปีมะเมีย) ตั้งนะโม 3 จบ แล้วกล่าวคำว่า

"สัมมา สัมพุทธะ นะลาตะอัฏฐิ จะตุเกสาธาตุยา คันธะวะรังฐิตัง ปะระมาธาตุ เจติยัง อะหังวันทามิ สัพพะทา"ท่านที่เกิดปีมะแม

 ท่านที่เกิดปีมะแม (แพะ)

พระธาตุประจำปีเกิดของท่านคือ พระธาตุดอยสุเทพ

พระบรมธาตุดอยสุเทพ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากือนาธรรมิกราช เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์ที่ โดยพระเจ้ากือนาทรงรับสั่งให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่พระมหาสุมนเถระ นำมาจากเมืองศรีสัชนาลัย ซึ่งได้ขุดพบจากนิมิตฝันของพระมหาสุมนเอง เมื่ออัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาสู่เชียงใหม่แล้ว พระธาตุได้แยกเป็นสองส่วน พระเจ้ากือนาทรงเลื่อมใส ได้อัญเชิญบรรจุไว้ที่พระธาตุวัดสวนดอก ส่วนองค์ที่สอง ได้อัญเชิญขึ้นบนหลังช้างเพื่อเสี่ยงทายว่า ช้างหยุดที่ใด ก็จะสร้างเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุที่นั่น แล้วปล่อยช้างไป ช้างได้มุ่งหน้าไปสู่ทิศตะวันตก ขึ้นไปยังดอยสุเทวะฤาษี หรือดอยสุเทพปัจจุบัน แล้วมาหยุดที่ยอดดอยสุเทพ พระเจ้ากือนาทรงรับสั่งให้สร้างพระเจดีย์ ที่นั้น มีขนาดสูง 5 วา เมื่อ .. ๑๙๑๖ ต่อมาเมื่อปี .. ๒๐๖๘ พระเจ้าเกษเกล้า กษัตริย์องค์ที่ ๑๒ ของเชียงใหม่ ได้ทำการบูรณะพระเจดีย์ โดยได้นิมนต์พระมหาญาณมงคลโพธิ จากลำพูนมาเป็นประธานการบูรณะ โดยขยายพระเจดีย์ให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม สูง ๑๑ วา กว้าง วา ที่ปรากฏทุกวันนี้

คำบูชาพระธาตุดอยสุเทพ (สำหรับผู้ที่เกิดปีมะแม) ตั้งนะโม 3 จบ แล้วกล่าวคำว่า

"สุวัณณะเจติยัง เกสท่านที่เกิดปีวอกาวะระมัตถะลุงคัง วะรัญญะธาตุง สุเทวะนามะทัง นะระเทเวหิ สัพพะปูชิตัง อะหังวันทามิ สัพพะทา"

 ท่านที่เกิดปี วอก (ลิง)

พระธาตุประจำปีเกิดของท่านคือ พระธาตุพนม

องค์พระธาตุพนมบรมเจดีย์ เป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพกราบไหว้สักการะบูชาของพุทธศาสนิกชน ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศมานาน นับพันปี ในแถบแม่น้ำโขง อันได้แก่ชาวไทย ลาว กัมชา และเวียดนาม เพราะเป็ที่บรรจุ พระบรมสาริกธาตุส่วนที่เรียกว่า "พระอุรังคธาตุ" ของพระพุทธเจ้าประดิษฐานอยู่ที่พระธาตุพนม ริมฝั่งขวาแม่น้ำโขง อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม สูงจากพื้นดิน ๕๓ เมตร องค์ฉัตรทำด้วยทองคำหนักประมาณ ๑๖ กิโลกรัม ปลายยอดปลีเป็นบัวตูมเงินล้อมด้วยเพชร จำนวน ๒๐๐ เม็ด องค์พระธาตุพนม เป็นเจดีย์ที่บรรจุพระอุรังคธาตุ คือ อัฐิส่วนพระอุระขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ตามตำนานนั้นกล่าวว่า องค์พระธาตุพนม สร้างเมื่อปี .. โดยพระมหากัสปเถระ ซึ่งเป็นพุทธสาวกองค์สำคัญ ได้นำเอาพระอุรังคธาตุ มาจากประเทศอินเดีย มาประดิษฐานไว้ที่ดอยกปณคีรี คือ ภูกำพร้า ซึ่งอยู่ในอาณาจักศรีโคตรบูรณ์ แล้วร่วมกับเจ้าพญาทั้ง นคร อันมี พญาสุวรรณภิงคาร แห่งเมืองหนองหาน หลวงพญาคำแดงแห่งเมืองหนองหานน้อย พญาจุลณีพรหมทัต แห่งแคว้นจุลณี พญาอินทปัตถนคร แห่งแคว้นกัมบูชา และพญานันทแสน แห่งอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ การก่อสร้างองค์พระธาตุพนมยุคแรกได้นำดินดิบมาก่อเป็นสถูปสี่เหสี่ยม กว้างด้านละ วาสูง วา ของพระมหากัสสปเถระ ข้างในเป็นโพลง เมื่อเอาไฟเผาให้ดินสุกดีแล้ว ก็นำเอาพระอุรังคธาตุเข้าประดิษฐานไว้ภายใน พระเจดีย์นี้จึงเรียกว่า "พระธาตุพนม" เป็นที่เคารพกราบไหว้สักการะบูชาของเทวดาและมนุษย์เรื่อยมา

อีกตำนานหนึ่งกล่าวว่า เจดีย์พระธาตุพนมครั้งแรกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ .. โดยเจ้าพญาทั้ง อัน มีพญาจุลณีพรหมทัต พญาอินทปัตถนคร พญานันทเสน พญาคำแดง พระพญาสุวรรณภิงคาร ตลอดจนพระ อรหันต์ ๕๐๐ องค์ อันมีพระมหากัสสปเถระเป็นประธาน บริเวณที่เรียกว่า "ภูกำพร้า" สูงประมาณ -๑๒ เมตร ก่อด้วยดินเหนียวเผาไฟ ทำเป็นอุโมงค์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ แล้วมอบให้พญานันทเสน ผู้ครองอา ณาจักรศรีโคตรบูรณ์เป็นผู้ดูแล

คำบูชาพระธาตุพนม (สำหรับผู้ที่เกิดปีวอก) ตั้งนะโม 3 จบ แล้วกล่าวคำว่า

"ปุริมายะ ทักขิณายะ ปัจฉิมายะ อุตตะรายะ เหฎฐิมายะ อุปะริมายะ ทิสายะ กะปะณะศิริสะมิง ปันพะเตมะกัสสะเปนะ ฐาปิตัง พุทธะอุรังคธาตุง สิระสานะมามิ เสตะฉัตตัง สุวัณณะระชะตัง ระตะนัง ปะณีตัง พุทธะ อุรังคะเจติยัง อะหังวันทามิ สัพพะทา"

 ท่านที่เกิดปีระกา (ไก่)ท่านที่เกิดปีระกา

พระธาตุประจำปีเกิดของท่านคือ พระธาตุหริภุญชัย

พระธาตุหริภุญชัย เป็นปูชนียสถานสำคัญยิ่งแห่งหนึ่งในภาคเหนือ และเป็นมิ่งขวัญของชาวลำพูน ตั้งอยู่ในวัดพระธาตุหริภุญชัย ในกลางเมืองลำพูน ภายในวัดเป็นลานกว้าง มีวิหารหลายหลัง หอระฆังสวยงาม ปรากฏในตำนานว่า สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าอาทิตยราช กษัตริย์นครหริภุญชัยราว ..1586 ต่อมาได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์พระบรมธาตุนี้อีกหลายครั้งในรัชกาลพระเจ้าติโลกราชเมื่อ ..1986 ได้โปรดให้เสริมพระธาตุเป็น 23 วา ฐานกว้าง 12 วา 2 ศอก ยอดมีฉัตร 7 ชั้น หลังจากนั้นพระเมืองแก้วได้ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์และสร้างระเบียงหอก ซึ่งเป็นรั้วล้อมพระธาตุ 500 เล่ม แล้วทรงสร้างวิหารหลวง และใน ปีพ..2329 พระเจ้ากาวิละได้ทรงทำการบูรณะพระบรมธาตุ และทรงสร้างฉัตรหลวงขึ้น 4 มุม และสร้างฉัตรยอดเจดีย์ด้วยทองคำเป็น 9 ชั้น ฐานพระธาตุเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างด้านละ 10 วา และสร้างรั้วทองเหลืองล้อมรอบองค์เจดีย์ด้านในองค์พระธาตุเป็นสีทองอร่ามเป็นที่ต้องตาต้องใจนักท่องเที่ยวต่างเมืองผู้มีโอกาสได้ไปเยือนยิ่งนัก ทางจังหวัดลำพูนได้จัดให้มีงานนมัสการประจำปีขึ้นในวันเพ็ญ เดือน 6 ซึ่งก็คือวันวิสาขบูชา

คำบูชาพระธาตุหริภุญชัย (สำหรับผู้ที่เกิดปีระกา) ตั้งนะโม 3 จบ แล้วกล่าวคำว่า

“สุวัณณะเจติยัง หะริภุญท่านที่เกิดปีจอชะยัฐฐัง วะระโมลีธารัง อุรัฎฐิเสฎฐัง สะหะอังคุลิฎฐิง กัจจายะเนนา นิตะปัตตัปปะการัง สีเสนะมัยหัง ปะระมามิธาตุง”

 ท่านที่เกิดปีจอ (หมา)

พระธาตุประจำปีเกิดของท่านคือพระธาตุเจดีย์วัดเกตการาม

ตามพุทธประวัติ กล่าวไว้ว่าประดิษฐานพระทันตธาตุที่พระอินทร์นำมาจากพระบรมธาตุที่โทณพราหมณ์ได้แอบซ่อนไว้ เมื่อครั้งมีการแบ่ง พระบรม สารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าให้แก่เจ้าเมืองต่างๆ ด้วยเหตุที่ พระธาตุเจดีย์องค์นี้ มนุษย์ไม่สามารถเดินทางไปถึงได้ ดังนั้น นอกจากนมัสการด้วยการบูชารูปแล้วยังสามารถบูชา พระเจดีย์ ที่วัดเกตการาม เชียงใหม่ ซึ่งมีชื่อพ้องกับพระเกศแก้ว จุฬามณี เจดีย์วัดนี้ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิง ในเขตย่านการค้าของชาวต่างชาติ ตามประวัติ ว่าสร้างโดยพญาสามฝั่งแกน เมื่อ .. 1971 แต่พระเจดีย์ได้พังทลายลง ในปี .. 2121พระสุทโธรับ สั่งให้ สร้างขึ้นใหม่ให้เป็นเจดีย์ทรงลังกาแบบล้านนา นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีพระวิหารใหญ่ที่สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ และพิพิธภัณฑ์เก็บของใช้พื้นบ้านให้ชม (เปิด 08.00 - 16.00 .) ที่ตั้ง บ้านวัดเกต .เจริญราษฎร์ .เมือง .เชียงใหม่

คำบูชาพระธาตุเจดีย์วัดเกตการาม (สำหรับผู้ที่เกิดปีจอ) ตั้งนะโม 3 จบ แล้วกล่าวคำว่า

"ตาวะติงสายะ ปุรัมเม เกสะจุฬามะณี สะรีระปัพพะตา ปูชิตา สัพพะเทวานัง ตังสิระสาธาตุ อุตตะมัง อะหังวันทาท่านที่เกิดปีกุนมิ สัพพะทา"

 ท่านที่เกิดปีกุน (หมู)

พระธาตุประจำปีเกิดของท่านคือ พระธาตุดอยตุง

พระธาตุดอยตุง เป็นที่บรรจุพระรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูกไหปลาร้า) ของพระพุทธเจ้า ซึ่งนำมาจากมัธยมประเทศ นับเป็นครั้งแรกที่พระพุทธศาสนาลักธิกาวงศ์ ได้มาประดิษฐานที่ล้านนาไทย เมื่อก่อสร้างพระสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุนี้ ได้ทำธงตะขาบ (ภาษาพื้นเมืองเรียกว่า ตุง) ใหญ่ยาวถึงพันวา ปักไว้บนยอดดอย ถ้าหากปลายธงปลิวไปไกลถึงเมืองไหน กำหนดหมายเป็นฐานพระสถูปเพียงนั้น ด้วยเหตุนี้ ดอยซึ่งเป็นที่ประดิษฐานปฐมเจดีย์แห่งล้านนาไทย จึงปรากฏนามว่า ดอยตุง จนบัดนี้ พระธาตุดอยตุงประดิษฐานอยู่ในอำเภอแม่ฟ้าหลวง เป็นปูชนียสถานที่สำคัญ ถึงเทศกาลนมัสการพระธาตุดอยตุงนี้ จะมีพระพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศใกล้เคียง เช่น ชาวเชียงตุง ในรัฐฉาน ประเทศพม่า ชาวหลวงพระบาง เวียงจันทร์ เดินทางเข้ามานมัสการทุกปี

คำบูชาพระธาตุดอยตุง (สำหรับผู้ที่เกิดปีกุน) ตั้งนะโม 3 จบ แล้วกล่าวคำว่า

"อิมัสสะมิง ภัทกะกัปเป จะตุพุทธา พุชูฌะติตะวา กะกุสะนูระ โกนาคะมะนะ กัสสะปะ โคตะมะราชะคะเห จะระติปิณะฑายะ มิถิลายะนะคะเรสิ จะรัตติ ปิณะฑายะ อะตะตีตา พุทธาเน อิมัสสะมิง ปัพพะตาคิริ ปะทะ กังนะสิทิตะวา เมตเตยยะ อะนาคะเต จะระติปิณะฑายะ ราชะคะเห อิมัสสะมิง ฐาเนนะสิทิสิริ สุภะปะวะ รังมะคะโล ตะโมลากะถามุนิราชะ สาตะระนะมามิหันตัง วะระชินะธาตุง อะหังวันทามิ สัพพะทานะตัง วะชิระธาตุโย อะระหังวันทามิ สัพพะทา"

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ThaiAll